Wind River (2017)

Wind River | ล่าเดือดเลือดเย็น (2017)

 

รีวิวหนัง : Wind River | ล่าเดือดเลือดเย็น (2017)

                 ปัจฉิมบทของไตรภาคเลาะขอบอเมริกาเป็นผลงานของผู้กำกับเทย์เลอร์เชอริแดนที่จะลงมาอยู่ในเว็บหนังออนไลน์ ส่วนใหญ่คือการเขียนบทซึ่งมีผลงานดดดเด่นระดับเข้าชิงออสการ์อยู่สองเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงการตามล่าหัวหน้าค้ายาในชายแดนเม็กซิโกและสองที่กล่าวถึงคู่พี่น้องที่ยอมเป็นโจรเพื่อพิทักษ์ที่ดินมรดกสุดท้ายของพวกเขาในเท็กซัสตะวันตกและพอถึงผลงานกำกับจากบทตัวอย่างหนังเรื่องนี้ก็สังเกตได้ไม่ยากว่าเชอริแดนยังคงให้ความสนใจกับประเด็นการเมืองของคนชายขอบที่คราวนี้การเลือกเล่าเรื่องในวินด์ริเวอร์แหล่งอาศัยของชาวอินเดียนแดงที่ต้องทนกับสภาพความหนาวเหน็บระดับที่ตัวละครต่างเรียกที่นี่ว่านรกแช่แข็งโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่การตายของเด็กสาวชาวพื้นเมืองแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นจากหนังเรื่องอื่นที่เป็นแบบสืบสวนสอบสวนที่สร้างกันมาจนเกร่อคงหนีไม่พ้นการพูดถึงระบบราชการที่มีความซับซ้อน

                ระบบราชการไม่ใช่มีแค่ความซับซ้อนอย่างเดียวแต่ยังบ่อยครั้งที่ความยุติธรรมก็อาจะละเลยหรือหลงลืมชาวพื้นเมืองที่เราจะเห็นใน หนังแอคชั่น Action เรื่องนี้ตามที่หนังให้ข้อมูลในเครดิตท้ายเรื่องว่ามีชาวอินเดียนแดงที่หายสาบสูญไปเป็นจำนวนมากโดยมีฉากหลังเป็นเมืองที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนและมีสภาพอากาศหนาวเหน็บก็ยิ่งทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงความคลุมเครือทั้งจิตใจมนุษย์และเส้นแบ่งระหว่างความยุติธรรมกับจรรยาบรรณที่ดูจะพร่าเลือนยิ่งนักโดยสิ่งที่ต้องชื่นชมเทย์เลอร์เชอริแดนในฐานะผู้กำกับที่แม้จะมีผลงานกำกับไม่มากแต่สามารถถ่ายทอดออกมาอย่างกลมกล่อมมีจังหวะจะโคนและไม่น่าเบื่อแม้สาระสำคัญของมันถือว่าหนักหน่วงและมุ่งวิพากษ์ระบบยุติธรรมในเชิงปฏิบัติทั้งการที่ต้องรอเอฟบีไอมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายศพและส่งนิติเวชเพื่อชันสูตรศพซ้ำร้ายเมื่อถึงขั้นตอนนิติเวชแล้วเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมแสดงให้เห็นความพร่าเลือนของเส้นแบ่ง

Wind River (2017)

 

               อันเป็นปัญหาของภาครัฐที่บกพร่องในการมอบความยุติธรรมให้กับชนกลุ่มน้อยทำให้หลายครั้งตัวละครเองก็ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างถูกต้องตามจรรยาบรรณกับความยุติธรรมที่อาจต้องลดลัดขั้นตอนมาบ้างมื่อเข้าใกล้ความจริงอันเฟอะเฟะและทีละน้อยผู้ชก็ค่อยๆเปลี่ยนจากผู้สังเกตการณ์เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปโดยปริยายนอกจากนี้ตัวหนังยังแอบซ่อนสัญลักษณ์กับการเล่นกับประตูสัญลักษณ์ของการเปิดเผยเปิดโปงและปิดกั้นได้อย่างแยบคายตั้งแต่ประตูแรกคือประตูบานที่แจนเข้าไปสวมชุดกันหนาวของลูกสาวคอรี่ที่ล่วงลับหรือแม้แต่ประตูของเหล่าผู้ร้ายที่ไม่มีวันรู้เลยว่พวกเขาจะได้ไปเจอกับมัจจุราชตอนไหนซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาโน้มน้าวชักจูงและลุ้นละทึกแบบแทบลืมหายใจ

               ท่ามกลางหนังหอร์มยักษ์ในปีนี้ไม่น่าเชื่อว่างานประพันธ์เพลงสกอร์ของหนังเรื่องนี้จากนิคเคฟกับวาร์เรนเอลลิสกลับลอยตัวโดดเด่นด้วยการไล่อารมณ์แต่ละฉากแต่ละฉากได้อย่างมีจังหวะโคนสร้างทั้งความหลอกหลอนและหม่นหมองที่อบอวลห่อหุ้มเรื่องราวได้อย่างมีมิตินอกจากนี้ออกแบบเสียงของหยังยังโดดเด่นจนอดพูดถึงไม่ได้มีฉากหนึ่งที่ยังอยากล่าวถึงเป็นพิเศษคือฉากที่คอรี่พาเจนไปตามสืบเรื่องของเอมิลี่จากพ่อค้ายา 

Wind River

                 ซึ่งหนังมีงานออกแบบเสียงที่น่าสนใจและอยู่ใน เว็บดูหนังออนไลน์ โดยเป็นการผสนผสานระหว่างเสียงเพลงฮิพฮอบกับลมหนาวที่พัดแรงเป็นห้วงจนสร้างอารมณ์หลอกหลอนเฉพาะตัวดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องชมหนังเรื่องนี้เพื่อที่ทุกคนจะได้ไปสัมผัสองค์ประกอบทางภาพและเสียงที่ทางผู้กำกับและทีมงานสร้างนั้นต้องการจะสื่อออกมาให้ทุกคนได้เข้าถึงและเห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่อยู่ในหนังเรื่องนี้