Blood The Last Vampire (2009)

Blood The Last Vampire | ยับตัวร้าย สายพันธุ์อมตะ (2009)

Blood The Last Vampire | ยับตัวร้าย สายพันธุ์อมตะ (2009)

   จะเป็นอย่างไรเมื่อคุณนั้นมีชีวิตที่เป็นอมตะ ที่อยู่ได้ตลอดกาลแต่นั่นมันต้องแลกกับการทำภารกิจกับการกวาดล้างเหล่าอสูรรักกายที่แฝงมาในคราบของมนุษย์ให้หมดสิ้นไป นี่เป็นอีกหนึ่งหนังที่ได้รับกระแสนิยมค่อนข้างดีในช่วงนั้น โดยดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังที่มีทั้งเวอชั่นเกมและรวมไปถึงเวอร์ชั่นของภาพยนตร์นี้อีกด้วยแถมเนื้อหาเรื่องราวของเรื่องนี้นั้นก็ยังมีความน่าติดตามและระทึกขวัญแถมยังสนุกไม่น้อยกับแบบฉบับของการ์ตูนอีกด้วย ส่วนตัวก็ได้มีโอกาสรับชมผ่านทาง เว็บหนังออนไลน์ จึงขอหยิบนำหนังเรื่องนี้มารีวิวพอเป็นน้ำจิ้มให้ทุกท่านได้รับชมกัน 

     เรื่องราวของภาพยนตร์หนังเรื่องนี้นั้นเกี่ยวกับลูกครึ่งผสมระหว่างแวมพายกับมนุษย์ที่เธอนั้นดำรงอยู่ด้วยภารกิจอันใหญ่หลวงนั่น ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูน Animation ชื่อดัง และได้รับคำชมจากผู้ชมทั่วโลกจนกลายเป็นที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบันและกระแสความแรงถูกจับสร้างเป็นเกมจะรวมมาถึงภาพยนตร์ หนัง แอคชั่น Action เรื่องนี้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าสนใจและน่าติดตามแถมยังไม่ควรพลาดกับเรื่องราวสุดมันส์ในครั้งนี้   

Blood The Last Vampire (2009)

       ซายะ เธอคือเด็กสาววัย 16 ปีที่หน้าดี หน้าตาน่ารัก แต่อายุจริงๆของเธอนั้นกลับมากกว่า 400 ปีซะอีก ซึ่งเธอนั้นก็คือรูปผสมระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ การดำรงชีวิตเพื่อการล้างบานลาวอสุรกายที่มักจะคอยแฝงตัวมาในคาบของมนุษย์ และจุดประสงค์ในการตามล่าแก้แค้นเจ้าอสูร โอนิเง็น ปีศาจสาวผู้ที่มีอำนาจชั่วร้ายนั่นมันก็คืองานของเธอ ในขณะที่แฝงตัวไปเป็นนักเรียนใหม่ในฐานทัพสหรัฐฯกรุงโตเกียว เธอนั้นก็ได้รู้จักกับ อลิซ ลูกสาวของนายพลประจำกองทัพ ซายะเริ่มใช้พลังเหนือมนุษย์และดาบคู่กายกวาดล้างความชั่วร้ายไปเรื่อยเรื่อยๆ ซึ่งทำให้เธอนั้นเป็นมิตรกับมนุษย์ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมาและเป็นอีกครั้งที่เธอตระหนักว่าควรใช้พลังแกร่งกล้าที่เธอมีอยู่ในการสร้างสัมพันธ์อันดีกับมวลมนุษย์นี้ด้วย และเรื่องราวการต่อสู้การล้างแค้นกับความสัมพันธ์และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่าง ซายะกับอลิซนั้นจึงได้เกิดขึ้น 

Blood The Last Vampire

        จะเห็นได้ว่าทางผู้กำกับและนักเขียนบท รวมไปถึงนักแสดงที่เข้าร่วมล้วนมีชื่อเสียงและมีฝีมือในด้านวงการภาพยนตร์ แต่ทว่าจุดด้อยของ หนังเรื่องนี้ก็คือเทคนิคการทำ CG โดยเฉพาะฉากการแปลงร่างของเหล่ากองทัพอาศูนย์ละกายซึ่งหากมองในลักษณะความตั้งใจในการสร้างออกมาเป็นลักษณะของแนวการ์ตูนก็มีความรู้สึกว่าใช้ได้เลยทีเดียวแต่อีกส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ดูจะไร้เหตุผลละลายน้ำหนักจึงทำให้ภาพรวมของหนังนั้นออก ดูแปลกๆ ไปเสียหน่อย ซึ่งมันก็ต่างจากเวอร์ชั่นการ์ตูนไปบ้างเพราะเค้าบอกมาว่าเรื่องราวทั้งหมดในหนังเรื่องนี้นั้นเป็นเพียงแค่เค้าโครงที่ถูกดัดแปลงไปค่อนข้างที่จะเยอะมีแต่ลักษณะและบุคลิกของตัวละครที่ดูแล้วคล้ายครึ่งกันจึงไม่สามารถนำเรื่องราวนั้นมาเปรียบเทียบกันได้เท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างไรแล้วหนังก็ไม่ได้ทำออกมาแย่ไปเสียหมด 

         และท้ายที่สุดนี้นั้นใครที่เคยดูแบบฉบับของการ์ตูนแล้วทุกคนอาจจะมีความรู้สึกว่าหนังการ์ตูนนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างที่จะสนุกกว่าและมีเนื้อหาการต่อสู้ที่มาที่ไปได้ค่อนข้างที่จะดีกว่าแต่หากมองอีกมุมหนึ่งนั้นหนังเพียงแต่ดึงตัวหลักของการ์ตูนเรื่องนั้นออกมาดัดแปลงใหม่ให้มีเนื้อเรื่องคล้ายครึ่งกันแต่ไม่ได้เลียนแบบจนหมดซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับการ์ตูนแล้วนั้น หนังอาจจะมีจุดที่โดดเด่น ในเรื่องของความสมจริงและสีหน้าแววตาเสียมากกว่าหรือใครเช่าฉบับแบบการ์ตูนที่มีเนื้อหาค่อนข้างที่จะมากกว่าและใจความสำคัญนั้นมากกว่าโดยความรู้สึกส่วนตัวแล้วนั้นรู้สึกว่าทั้งสองก็ทำออกมาได้สนุก ที่แตกต่างกันออกไปโดยหนังนั้นก็ไม่ได้ทำออกมาแย่ไปซะหมดซึ่งแบบฉบับ หนังญี่ปุ่น นั้นก็ได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีและได้รับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างดีอีกด้วย เราหวังว่าการนำหนังเรื่องนี้มารีวิวให้ท่านผู้ชมทุกท่านได้รับชมคงจะถูกใจแฟนคอหนังอย่างแน่นอน